โดย นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์ (มสส.) www.thaissf.org
ใกล้เวลาปิดเทอมกลางแล้ว
ที่ เชียงใหม่ ศูนย์รวมสถาบันกวดวิชาอยู่รวมกันใกล้วัดพระสิงห์ เด็กนักเรียนมัธยมปลายทั่วภาคเหนือจะไปรวมตัวกันที่นั่น ถ้าเป็นเด็กเชียงใหม่ก็ไม่สู้จะเป็นปัญหาอะไร แต่ถ้าเป็นเด็กจากเชียงราย ลำปาง แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ หรือแม่ฮ่องสอน ที่ไม่มีปัญญาไปกรุงเทพฯ หรือไม่มีญาติอาศัยในเขตจังหวัดเชียงใหม่ พวกเขาต้องหาหอพักอยู่
ถ้า เป็นปิดเทอมตุลาคม พวกเขาต้องอยู่กันหนึ่งเดือนเพื่อเรียนกวดวิชาทุกวัน ไม่เว้นเสาร์อาทิตย์ ถ้าเป็นปิดเทอมฤดูร้อน พวกเขาต้องอยู่กันนานสองเดือน
ก่อน ถึงวันปิดเทอม พ่อแม่ของเด็กเหล่านี้ต้องไปธนาคารเพื่อชำระเงินลงทะเบียนเรียนตามหลักสูตร ที่ลูกต้องการ การไปลงทะเบียนต้องไปแต่เช้า เพื่อรอธนาคารเปิดทำการเนื่องจากบางคอร์สจะเต็มทันทีที่ธนาคารเปิดประตู
บาง ธนาคารซื่อตรงให้คุณพ่อคุณแม่เข้าประตูหน้าแล้วแย่งกันเอาบัตรคิวเพื่อลง ทะเบียน แต่บางครั้งเราก็จะพบใครบางคนกำลังลงทะเบียนอยู่ก่อนแล้วทั้งๆ ที่ประตูเพิ่งเปิด นั่นแปลว่าเขาเข้าทางประตูอื่น ใครๆ ก็รักลูกอยากให้ลูกตนเองได้เรียนทั้งนั้น กวดวิชากับอาจารย์ชั้นยอดส่งผลต่อคะแนนสอบอย่างแน่นอน
นี่คือความจริงที่ใครๆ มักปฏิเสธ
ส่วน ใหญ่จะเป็นพ่อแม่เสียงานเสียการของตนเองไปลงทะเบียนให้ลูก น้อยครั้งที่จะมีนักเรียนไปลงทะเบียนด้วยตนเอง เพราะถ้าไปทำเองแปลว่าต้องขาดเรียนมา
ค่าเล่าเรียนประมาณคอร์สละ 2,000-5,000 บาท เด็กหนึ่งคนมักลงทะเบียนเรียนวันละ 2-3 คอร์ส แล้วแต่การจัดตารางวิ่งรอกเรียนและขึ้นกับพลังอึดของสมองด้วย เด็กบางคนสามารถเรียนติดต่อกันได้นานเจ็ดชั่วโมงโดยไม่กินข้าวกลางวัน (ซื้อขนมร้านสะดวกซื้อไปกินในห้องเรียนได้) เด็กบางคนทำไม่ได้ต้องเรียนไปฟุบหลับไป
ค่าหอพักประมาณเดือนละ 2,000-10,000 บาท ขึ้นกับว่าพักได้กี่คนและมีเครื่องปรับอากาศหรือเปล่า บริเวณรอบวัดพระสิงห์มีหอพักมากมายให้เลือก ทั้งแบบสะอาดปลอดภัยหรือมืดทึมน่ากลัวมีทั้งนั้น
เด็กส่วนใหญ่ยืนยัน ว่า แม้จะเป็นการเรียนจากวิดีโอ แต่ครูที่มาสอนกวดวิชาทุกท่านเป็นคนใจดี มีเมตตา สอนเก่ง มีมุข และฟังเข้าใจง่าย เฉพาะความใจดีมีเมตตานั้นสามารถส่งผ่านจอโทรทัศน์ออกมาได้ด้วย ห้องเรียนส่วนใหญ่มีเจ้าหน้าที่คอยเดินตรวจตราให้เด็กตั้งใจเรียน หรืออย่างน้อยก็ห้ามส่งเสียงพูดคุยรบกวนคนที่เรียน มิเช่นนั้นจะถูกเชิญออกนอกห้องทันที เด็กส่วนใหญ่ร้ายกาจที่โรงเรียนแต่ว่านอนสอนง่าย เมื่อมาที่โรงเรียนกวดวิชา ทำไม?
การเรียนคอร์สที่หนึ่งมักจะเริ่ม ตอน 7 นาฬิกา หรืออย่างช้า 7 โมงครึ่ง ดังนั้น เด็กที่ลงเรียนคอร์สแรกต้องตื่นกันตั้งแต่หกโมงเช้า และหาข้าวมันไก่ข้าวขาหมูแถววัดพระสิงห์นั้นกินให้อิ่ม เพราะต้องใช้พลังเรียนติดต่อกันไปถึงบ่ายสามโมง บางคนอาจจะเลือกพักเที่ยง แต่หลายคนไม่พักหรืออาจจะมีเวลาพักเพียงสิบนาทีไม่พอแย่งข้าวกิน เวลาเปลี่ยนห้องเรียนครั้งหนึ่งโกลาหลกันไปทั้งบริเวณ
เด็กๆ ที่เชียงใหม่มีสามประเภท ประเภทแรกไม่ทบทวนบทเรียนของเมื่อวานก่อนมาเรียนและมาถึงก็หลับต่อ
ประเภทที่สองไม่ทบทวนบทเรียนมา แต่มาถึงก็ตั้งใจเรียน
ประเภท ที่สามทบทวนบทเรียนมาและตั้งใจเรียนด้วย อันที่จริงยังมีประเภทที่สี่คือ ไม่มาเลยหรือมาเฉพาะชั่วโมงสุดท้าย เพื่อจะได้เดินออกมาให้ผู้ปกครองเห็นตอนเลิกชั้นในวันที่ผู้ปกครองมารอรับ
มีบ้างตั้งครรภ์กลับไปโรงเรียนเมื่อเปิดเทอม
เมื่อ ถึงเวลาเย็นหรือค่ำ เด็กๆ ยังคงแบ่งเป็นสามประเภท ประเภทที่หนึ่งไม่ไปไหนเข้าหอพักทบทวนบทเรียน ทำการบ้านที่อาจารย์สั่งรายวันเพราะวิดีโอของวันพรุ่งนี้จะไม่รอ ประเภทที่สองเลิกเรียนแล้วไปช็อปทั่วเชียงใหม่ยันไนท์บาซาร์ ประเภทที่สามต่อโบว์ลิ่งถึงเที่ยงคืน เมืองเชียงใหม่มีถนนคนเดินทุกวันอาทิตย์ตอนเย็น
บริเวณนั้นจึงเป็นช่วงพักผ่อนสุดสัปดาห์ของเด็กๆ นักกวดทั้งหลาย
ทําไมต้องกวดวิชา?
"ครู ที่โรงเรียนไม่สอน" เป็นคำตอบที่หนึ่ง "ต้องกวดให้หมดก่อนเริ่มสอบตรง" เป็นคำตอบที่สอง "ต้องกวดให้หมดก่อนเริ่มสอบโควต้า" เป็นคำตอบที่สาม "ต้องกวดให้มากที่สุดก่อนการสอบ GATPAT แต่ละครั้ง" เป็นคำตอบที่สี่ ยังมีอีกหลายคำตอบแต่พอเท่านี้ก่อน
ถ้าเป็นที่กรุงเทพฯ ให้ไปยืนดูที่สี่แยกศรีอยุธยาหน้าอาคารวรรณสรณ์ ตึกสูงระฟ้าแหล่งรวมสถาบันกวดวิชาเกือบทุกสำนัก ภายในมีร้านอาหารทั้งที่มีประโยชน์และฟาสต์ฟู้ด ร้านหนังสือและร้านสะดวกซื้อ ธนาคารอำนวยความสะดวกให้ลงทะเบียนเรียนโดยง่าย ลิฟต์ที่มีกล้องวงจรปิดป้องกันมิให้นักเรียนจูบกันประเจิดประเจ้อ แต่มิวายอาจารย์อุ๊ต้องคอยเตือนนักเรียนเสมอว่า อย่ามากนักนะจ๊ะมี รปภ.ดูโทรทัศน์วงจรปิดอยู่ นอกจากนี้ยังมีบันไดเลื่อนทุกชั้นตั้งแต่ล่างถึงบน
เช้าวันเสาร์ อาทิตย์ และเช้าๆ ของทุกวันปิดเทอมตลอดสองเดือน นักเรียนจำนวนเป็นร้อยๆ เดินทางจากทุกทิศเข้าไปในอาคารสูงแห่งนี้ เวลาข้ามไฟแดงครั้งหนึ่งแห่ข้ามถนนกันรอบละร้อยสองร้อยคนน่าตื่นตาตื่นใจ เยาวชนของชาติและศูนย์การการศึกษาของชาติอยู่ที่นี่ ตอนหัวค่ำเวลาใกล้ปิดตึก จะมีพ่อแม่ชนชั้นกลางจำนวนมากไปนั่งรอรับลูกกลับบ้าน ส่วนเด็กต่างจังหวัดที่มีปัญญามากวดกรุงเทพฯ ก็กระจายอยู่หอพักกันตั้งแต่สยามสแควร์ พญาไท อนุสาวรีย์ ยันสะพานควาย
ที่ ใกล้ๆ บันไดขึ้นสถานีรถไฟฟ้าพญาไทนั้นเอง เราจะพบเด็กนักเรียนในเครื่องแบบยืนขายแซนวิชเสมอๆ ไฟแดงรอบละสองร้อยคนที่ข้ามถนนไปนั้นมีเงินจ่ายค่าเล่าเรียนคอร์สละสองสาม พันบาททีละหลายๆ คอร์ส ไม่นับค่าหอพักเฉพาะบริเวณหลังพญาไทพลาซา สนนราคาเดือนละ 8,000-20,000 บาท นักเรียนคนนี้ต้องขายแซนวิชกี่ก้อนจึงจะได้เรียนกวดวิชาบ้าง
การศึกษากลายเป็นสมบัติและบันไดไต่ระดับของชนชั้นกลาง มิใช่เรื่องของคนไม่มีเงิน และเป็นทุกข์ของแผ่นดิน
ที่มา - มติชนรายวัน หน้า 6 - วันที่ 06 ตุลาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11532

1 ความคิดเห็น:
สวัสดีครับ
แสดงความคิดเห็น